4 วิธีการดูแลส้นเท้าแตกให้กลับมาชุ่มชื้นเหมือนไปสปา ง่ายๆที่บ้าน

4 วิธีการดูแลส้นเท้าแตกให้กลับมาชุ่มชื้นเหมือนไปสปา ง่ายๆที่บ้าน

ก่อนอื่นๆ เราต้องมาทำความรู้จักกับ ส้นเท้าแตก (cracked heel หรือ heel fissure) กันก่อน อ้างอิงจากงานวิจัยของสถาบันการดูแลสุขภาพเท้าของอเมริกา Insitute for Preventive Foot Health อาการของการเป็นส้นเท้าแตกสำหรับคนไทย สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการของการเป็นส้นเท้าแตกมีหลายระดับตั้งแต่เริ่มแตกทำให้ไม่สบายเท้าเวลาเดิน หรือ อาจจะรุนแรงถึงขั้นมีรอยแตกเลือดออก หรือ ติดเชื้อได้ แต่สำหรับเคล็ดลับที่อารมณ์ดีเอามาฝากในวันนี้คือเทคนิคการดูแลสุขภาพเท้า เพื่อป้องกันการเกิดส้นเท้าแตก โดยวิธีธรรมชาติ แต่ได้ผลดี ซึ่งทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน

 

โดยลักษณะของผิวบริเวณที่เกิดส้นเท้าแตกจะมีความหนาและด้านมากกว่าบริเวณอื่น ยิ่งถ้ามีอากาศแห้ง จะยิ่งทำให้แตกมากขึ้นฉะนั้นในการทำ treatment ที่เราต้องการคือทำให้ผิวบริเวณนี่เกิดความชุ่มชื้นและนุ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆเพียง 4 ขั้นตอน

 

 

1. แช่เท้า ( foot soak): จริงๆแล้วการแช่เท้าสามารถทำได้หลายวิธี แต่ถ้าเราต้องการดูแลเท้าให้สะอาด พร้อมทั้งฆ่าเชื้อโรคบริณเวณเท้าและเล็บซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของปัญหาของคนที่มีกลิ่นเท้าด้วย แนะนำให้ใช้น้ำอุ่น แล้วหยด tea tree essential oil เพื่อช่วยฆ่าเชื่อโรคบริเวณเท้าและเล็บ สามารถแช่าเท้าได้ตามที่เราต้องการ แต่แนะนำอย่างน้อย 1นาทีเพื่อให้เลือดเกิดการไหลเวียนได้ดีขึ้น รวมทั้งยังได้ประโยชน์จากกลิ่นของ tea tree ในรูปแบบของ aromatherapy ที่เราหยดลงไปด้วยเช่นเดียวกัน (tips: อุณหภูมิของน้ำควรจะต้องอุ่นตลอดเวลาที่เราแช่เท้าอยู่ แนะนำให้เปิดน้ำอุ่นตอนที่เราเตรียมอุปกรณ์ หรือ product พร้อมแล้วใช้หลังมือในการทดสอบอุณหภูมิน้ำ ข้อควรระวัง: สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาจจะสูญเสียการรับรู้เรื่องความรู้สึก บริเวณผิวหนัง เราควรทดสอบอุณหภูมิที่เหมาะสมให้กับเขาก่อนแช่ทุกครั้ง)

2. ขัดเท้า (foot scrub): การขัดผิว exfoliation คือการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าออกเพื่อลดความแข็งกระด้างและเพิ่มความนุ่มนวล ซึ่งเราสามารถทำได้เองง่ายๆโดยใช้ ครีมอาบน้ำที่เรามีอยู่ หรือ so glow anti-bacteria body wash ถ้าเราต้องการผิวขาวใส ผสมกับเกลือเม็ดละเอียดที่สามารถใช้ขัดได้ หรือ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ เราสามารถใช้พวกเมล็ดงา หรือ ถั่วแล้วนำมาบดแล้วผสมไปก้อได้ หลังจากนั้นให้ขัดไปเท้าบริเวณเท้าแต่ให้เน้นบริเวณที่ผิวมีความหยาบกร้าน ซึ่งสามารถใช้ใยบวบ หรือ pumice stone หินภูเขาไปช่วยขัดได้ แต่แนะนำให้ใช้เฉพาะบริเวณ

3. ประคบผ้าร้อน(hot compress) หลังจากแช่เท้าเสร็จให้เราเอาผ้าที่สามารถห่อพัน รอบเท้าได้แช่ในน้ำร้อนแล้วหยด tea tree essential oil แล้วนำขึ้นเพื่อมาห่อบริวณรอบเท้า ด้วยวิธีการประคบผ้าร้อนนอกจากช่วยการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดแล้วยังมีงานวิจัยในปี 2013 ที่บอกว่าสามารถลดความปวดเมื่อยได้ด้วย

4. ทาครีมบำรุงแบบเข้มข้น (intensive moisturizer) เนื่องจากผิวหนังบริเวณส้นเท้าเป็นบริเวณที่มีโอกาสเสียดสี และยังรอบรับน้ำหนักตัวของเรามากที่สุดจึงทำให้ผิวหนังชั้นนอกสุดเลยต้องทำงานหนัก ฉะนั้นเราจึงต้องเน้นการบำรุงผิวหนังในบริเวณนี้มากกว่าส่วนอื่น แนะนำให้หาครีมบำรุงแบบเข้มข้นทาทุกวันก่อนนอน เช่น so dewy sole butter แนะนำให้ทาทุกวันก่อนนนอน

ซึ่งทั้ง 4ขั้นตอนนี้ยังสามารถปรับใช้ได้กับคนท้อง หรือผู้หญิงตั้งครรภ์ได้ด้วยแต่หากจะใช้กับคนท้องแนะนำให้ทำหลังจาก 3 เดือนแรกเพื่อลดความเสี่ยง และแนะนำให้มีคุณสามี หรือ ผู้ช่วยในการทำเพื่อความปลอดภัย เนื่องด้วยคนท้องจะมีอาการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก รวมทั้งเท้าอาจจะมีการบวม การกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

นอกจากนี้ยังแนะนำเพื่อนๆ ให้ใส่รองเท้า slipper ภายในบ้านแทนการเดินเท้าเปล่า รวมทั้งดื่มน้ำให้มากมาก พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับดี คือยาที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูร่างกายของตัวเอง

ถ้ามีคำแนะนำ ติชม หรือต้องการให้เราสำเสนอบทตความเกียวกับอะไร สามารถ ติชม พร้อมติดตามเนื้อหาก่อนใคร  ได้ที่ LINE official account: @aromdlife